“Stem cell Therapy” การรักษาด้วยสเต็มเซลล์ในสัตว์เลี้ยง

หลายๆท่านน่าจะเคยได้ยินเกี่ยวกับ สเต็มเซลล์ (Stem Cell) วิวัฒนาการทางการแพทย์ทางเลือก ที่ใช้ในการรักษาโรคต่างๆในมนุษย์กันมาบ้างแล้ว

ไม่ว่าจะเป็นการรักษาโรคเลือดต่างๆ โรคทางพันธุกรรมบางชนิด โรคทางระบบประสาท โรคอัมพาต ฯลฯ…….แล้วทราบหรือไม่ปัจจุบัน การปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ ไม่ได้ใช้รักษาเฉพาะมนุษย์ แต่ยังรวมถึงสัตว์เลี้ยงของเราด้วยนะคะ

สเต็มเซลล์ คืออะไร?

ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่าเซลล์ คืออะไร…เซลล์เป็นโครงสร้างที่เล็กที่สุดของสิ่งมีชีวิต เมื่ออยู่รวมๆกันจะกลายเป็นอวัยวะต่างๆ เช่น เซลล์ผิวหนัง สมอง หัวใจ กล้ามเนื้อ และเซลล์เม็ดเลือด เรียกได้ว่าทุกๆอย่างในร่างกายของเราประกอบกันขึ้นมาจากเซลล์ค่ะ  ส่วนสเต็มเซลล์นั่นคือ เซลล์ชนิดพิเศษที่สามารถแบ่งตัวได้อย่างไม่จำกัดและสามารถเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์อะไรก็ได้เกือบทุกชนิดในร่างกาย มีหน้าที่สำคัญในการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนและเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์ชนิดต่างๆ เพื่อทดแทนเซลล์ที่เสื่อมสภาพไปค่ะ….เป็นเซลล์เริ่มต้นของทุกๆอย่าง งเราจึงเรียกสเต็มเซลล์ว่า “เซลล์ต้นกำเนิด”ค่ะ

การปลูกถ่ายสเต็มเซลล์เข้าไปบริเวณที่ผิดปกติ หรือ มีปัญหา จะเปลี่ยนแปลงไปทำหน้าที่ทดแทนเซลล์บริเวณดังกล่าวและกระตุ้นให้เซลล์หรือเนื้อเยื่อบริเวณใกล้เคียงแบ่งตัวเกิดการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ในบริเวณที่ปลูกถ่าย ด้วยคุณสมบัติของสเต็มเซลล์ จึงถูกนำมาใช้เป็นหนึ่งในอายุรศาสตร์ฟื้นฟู หรือ regenerative medicine เพื่อมุ่งหวังในการซ่อมแซมอวัยวะที่มีความผิดปกติจากความเสื่อมและโรคต่างๆค่ะ

สเต็มเซลล์ใช้เสริมการรักษาโรคใดได้บ้าง?

ปัจจุบันมีการศึกษาการใช้สเต็มเซลล์ในการรักษาหลายๆโรคในสัตว์เลี้ยง เช่น  โรคช่องปากอักเสบเรื้อรังในแมว โรคลําไส้อักเสบ โรคผื่นภูมิแพ้ในสุนัข หอบหืด แผลหลุมที่กระจกตา กระจกตาอักเสบเรื้อรัง โรคตาแห้ง แต่โรคที่มีการศึกษาอย่างกว้างขวางและเป็นที่นิยมคือ โรคกระดูกและข้อเสื่อมและโรคทางระบบประสาทอัมพฤกษ์/อัมพาต จากความเสียหายของไขสันหลังค่ะ

  • การใช้สเต็มเซลล์ในการรักษาข้อเสื่อม
  • เพิ่มประสิทธิภาพการรักษา ร่วมกับการให้ยาบำรุง หรือ การผ่าตัดหากจำเป็น
  • ลดความถี่และลดการใช้ยาลดอักเสบในระยะยาว
  • ลดผลข้างเคียงจากการใช้ยา
  • ช่วยให้สัตว์ป่วยมีการฟื้นตัวได้เร็วขึ้นและสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น โดยจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงหลังการปลูกถ่าย 1-10 วัน

อย่างไรก็ตามสเต็มเซลล์ มักใช้เสริม เพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา ในบางครั้งอาจจะยังจำเป็นต้องกินยาหรือสารเสริมอาหารบางชนิดอยู่ และถึงแม้ว่าจะได้รับการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ไประยะหนึ่งจนไม่มีอาการเจ็บปวดแล้ว ก็ไม่ควรปล่อยให้น้องวิ่งแบบคึกคะนองจนเกินไป หากกลับมาเจ็บซ้ำจะเรื่องใหญ่ และ ควรให้ออกกำลังกายเพิ่มกล้ามเนื้อที่มีแรงกระแทกต่ำด้วยธาราบำบัด เช่น ว่ายน้ำ/เดินสายพานใต้น้ำอย่างสม่ำเสมอค่ะ